การแจ้งเตือน ()
  22/06/2021

หนานเป่ย (Nan Bei)

ตอนนี้กรุงเทพฯ มีห้องอาหารจีนน้องใหม่เปิดมาได้เพียง 1 ปีกว่าซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก มีเสียงกระซิบบอกมาว่า ถ้าเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ต้องจองล่วงหน้า 3 อาทิตย์ทีเดียว ห้องอาหารแห่งนี้มีชื่อว่า หนานเป่ย (Nan Bei) อยู่บนชั้น 19 ของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok)
หนานเป่ย (Nan Bei)

หนานเป่ยงามเพียบพร้อมด้วยการตกแต่งที่ดูเก๋ไก๋โมเดิร์นมีชีวิตชีวา ในธีมจากตำนานเจ็ดนางฟ้าหรือตำนานรักของจีนระหว่างหนุ่มเลี้ยงวัวกับนางฟ้าคนสุดท้องผู้มีชื่อว่าสาวทอผ้า ทุกวันที่ 7 เดือน 7 เท่านั้นที่คู่รักทั้งสองจะได้พบกัน โดยความช่วยเหลือของเหล่านกกระเรียนที่จะมาเรียงตัวกันเป็นสะพาน

สิ่งที่ห้ามพลาดเวลามาหนานเป่ยก็คือให้แต่งตัวเฉิดฉายน่ารักโก้เก๋ พกกล้องกับมือถือมาถ่ายรูปตามจุดไฮไลท์ต่าง ๆ เช่น มุมสะพานนกกระเรียนเป็นแสงไฟระยิบระยับ ผนังผ้าไหมถักทอเป็นเรื่องเล่าในตำนานในห้องส่วนตัว รวมถึงระเบียงด้านนอกสุดชิค สวยทุกห้องทุกมุมทีเดียว

image description

ชื่อหนานเป่ยบอกเป็นนัยว่าเป็นห้องอาหารจีนตำรับภาคเหนือ (เป่ย) และใต้ (หนาน) คู่กัน นำทีมโดยเชฟแมทธิว เกง (Matthew Geng) และเชฟชาวจีนผู้เชี่ยวชาญ รวมกันถึง 5 คน จากกรุงปักกิ่งและเทียนจิน ถ้าใครอยากลิ้มลองอาหารจีนแตกต่างจากร้านจีนทั่วไป ต้องมาที่หนานเป่ย

เมนูของหนานเป่ยจะแบ่งเป็นทางเหนือกับทางใต้ เริ่มต้นด้วยของกินเล่นต่าง ๆ เสิร์ฟเป็นของกำนัลจากเชฟ อย่างเช่นผักดอง ทำจากมันฝรั่งของจีนฝานเป็นเส้น ๆ ผัดพริกใส่น้ำส้มสายชู และหัวไชเท้าดองกับน้ำส้มสายชูเปรี้ยวอมหวานหอมอร่อย และเกี๊ยวกรอบไส้กุ้งกับหมูสับคำเล็ก ๆ ซึ่งเชฟจะทำเปลี่ยนไปตลอด

การสั่งอาหารเริ่มจากเมนูเรียกน้ำย่อยจานขนาดย่อมกำลังดี มีเมนูผักโขม (Spinach Leaves) (260 ++) ทำจากผักโขมราดซอสงาผสมน้ำส้มสายชูที่หมักจากข้าว มีส่วนผสมของถั่วลิสงคั่ว รสชาติคล้ายเนยถั่วหอม ๆ ครีม ๆ และมีรสอมเปรี้ยวเล็กน้อย เมนูนี้มาจากภาคเหนือที่กรุงปักกิ่ง

อีกอย่างที่ชอบมากคือสลัดแมงกะพรุนเย็น (Chilled Jelly Fish Salad) (480 ++) แมงกะพรุนยำกับผักกาดขาวของจีนใช้เฉพาะส่วนก้านกรอบ ๆ ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวและน้ำมันมัสตาร์ดกับพริกแห้ง ได้รสเปรี้ยวหอมและรสสัมผัสกรอบเด้งของแมงกะพรุน

image description

ต่อด้วยปลากะพงกรอบ (Crispy Seabass) (380++) เมนูจากมณฑลส่านซี (Shaanxi) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เชฟบอกว่าเป็นจานโปรดของสนมเอกหยางกุ้ยเฟย ทำจากปลากะพงขาวเป็นเส้นยาวเล็ก ๆ กรอบหนึบเคลือบซอสรสเปรี้ยวอมหวาน

นอกจากกนี้ยังมีหมูกรอบชิ้นหนาเป็นตั้งๆ (Crispy Roasted Pork Belly) (380 ++) หนังกรอบเนื้อนุ่ม และหมูแดงคุโรบูตะเคลือบน้ำผึ้งออร์แกนิก (Honey-Glazed BBQ Kurobuta Pork) ของเชียงใหม่ (380++) ซึ่งเป็นเมนูกวางตุ้งที่คนไทยชื่นชอบและคุ้นเคย

ยิ่งมาห้องหนานเป่ยตอนกลางวันยิ่งดีเพราะจะได้ชิมติ่มซำซึ่งมีเฉพาะมื้อกลางวันด้วย (ส่วนมื้อเย็นมีให้สั่งไม่กี่อย่าง) เราขอให้เชฟจัดติ่มซำยอดนิยมของภาคเหนือและภาคใต้มาอย่างละเมนู มีเสี่ยวหลงเปา (Xiao Long Bao) (620 ++) ของทางเหนือ ไส้ปูม้ากับเห็ดทรัฟเฟิลดำหอม ๆ ต้องรีบกินตอนร้อน ๆ ค่อย ๆ ใช้ตะเกียบบรรจงคีบเสี่ยวหลงเปามาวางบนช้อนอย่าให้แตก ตักน้ำจิ้มสีเข้ม มีส่วนผสมของซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูใส่ขิงซอย (หรือจะใส่น้ำมันพริกเพิ่มก็ได้) ค่อย ๆ ละเลียดกินน้ำซุปในลูกเสี่ยวหลงเปา แล้วกัดแป้งกับไส้ตามเข้าไป

ส่วนเมนูเด่นของภาคใต้ชื่อว่า Pot Stickers (390 ++) คือเกี๊ยวทอดไส้หมูสับกับต้นหอม ซึ่งทอดได้เก่งมากมีร่างแหโปร่ง ๆ กรอบ ๆ ของแป้งเกี๊ยวเป็นลายฉลุคลุมอยู่ทั่วทั้งจาน

และเมนูซิกเนเจอร์ของหนานเป่ยที่รอคอยก็มาถึง นั่นก็คือเป็ดปักกิ่ง (Beijing Roast Duck) (1,900 ++) แบบปักกิ่งแท้ ๆ ซึ่งกรรมวิธีการกินจะต่างจากการกินเป็ดปักกิ่งตามภัตตาคารจีนทั่วไปในบ้านเรา ซึ่งเชฟแม็กซ์ลี (Max Li) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเป็ดปักกิ่ง นำเป็ดมาแล่โชว์ที่ข้างโต๊ะเลย

image description

โดยเริ่มจากการเฉือนหนังเป็ดตรงส่วนหน้าอกให้เรากินเล่นเสียก่อน ให้จิ้มกินกับน้ำตาลทรายขาวนะจ๊ะ หนังเป็ดปักกิ่งจะกรอบ ๆ ฟู ๆ และแห้งสนิทไม่มีความมันเลี่ยนหลงเหลืออยู่เลย จากนั้นเชฟแม็กซ์จะแล่ส่วนเนื้อเป็ดติดหนังใส่จานให้เรากินต่อเหมือนกับที่ได้เคยลิ้มลองในเมืองจีน ซึ่งกรรมวิธีการกินต่อจากนี้จะคุ้นเคยกันดี คือนำมาห่อด้วยแป้ง ใส่แตงกวาและต้นหอมที่เจียนมาเป็นเส้นบาง ๆ ราดน้ำจิ้มซีอิ๊วดำสีเข้มเค็มอมหวานกับซอสกระเทียมสับละเอียด

เป็ดปักกิ่งนั้นมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนของจีนเมื่อราวเกือบ 700 ปีก่อน ซึ่งเชฟจะใช้เป็ดที่เลี้ยงในจังหวัดสุพรรณบุรีของบ้านเรา ตัวไม่ใหญ่มาก นำมาทำความสะอาด ราดน้ำแบะแซ เป่าลมและยัดไส้ด้วยเครื่องเทศเช่นลูกกระวาน และพุทราจีนเพิ่มความหอม ผึ่งทิ้งไว้อย่างต่ำ 1 วัน แช่เก็บไว้ในตู้เย็นข้างเตาย่างจากนั้นนำไปย่างในเตานาน 1 ชั่วโมง (ทั้งหมดนี้กว่าจะเสร็จใช้เวลา 3-4 วัน)

ซึ่งเนื้อเป็ดกับโครงเป็ดที่เหลือสามารถเลือกได้ว่าจะนำไปทำน้ำซุปเป็ดใส่เต้าหู้กับผักกาดขาวซึ่งน้ำซุปข้น ๆ อร่อยมาก (สำหรับผู้ใหญ่ ขอแนะนำเมนูนี้) หรือจะทำเป็ดทอดพริกเกลือ (นี่ก็อร่อยเค็ม ๆ หอม ๆ ) และเมี่ยงเป็ดห่อผักกาดแก้วก็ได้

สำหรับเมนูจานหลัก ใครอยู่ชมรมคนชอบกินเนื้อต้องสั่งเมนูเนื้อเกียวโตวากิว (Kyoto Wagyu Beef) (1680++) เป็นเนื้อวากิวที่นุ่มหอมมันเป็นอันมากผัดกับเห็ดพอร์ชินีชั้นเลิศ อีกจานคือถั่วแขก (String Beans) ผัดกับหมูสับและพริกแห้ง (450++) เป็นอาหารทางตอนเหนือ เมนูง่าย ๆ แต่อร่อยมีรสมีชาติ

ปิดท้ายเมนูอาหารจีนจานเส้นอลังการ แคนาเดียนล็อบสเตอร์กับเส้นบะหมี่ผัดกับซอสซีฟู้ดใส่หอยเชลล์แห้งและซีอิ๊วสูตรเชฟแมทธิว เกง (350 ++ ต่อ 100 กรัม) เส้นบะหมี่เป็นเส้นสดใช้มีดตัด (Hand cut) เดี๋ยวนั้น ใครชอบเมนูเส้นยังมีเส้นสดชนิดดึงเส้นด้วยมืออีกด้วย

image description

ของหวานหนานเป่ยนั้นอลังการมาก มีขนมสไตล์ฝรั่งตะวันตกใช้ชื่อว่าคาเวียร์ (Caviar) (290++) ใส่ในถ้วยกระเบื้องเคลือบลายดอกสีฟ้าขาวสวยงามมาก ชั้นบนเป็นเจลลีเม็ดกลม ๆ ทำจากบลูเบอร์รี ชั้นกลางเป็นช็อกโกแลตกานาช ส่วนชั้นล่างเป็นคุกกี้ซาเบล่ (Sablé) นุ่ม ๆ รสช็อกโกแลตซีซอลต์เค็มนิด ๆ เป็นฝีมือของเชฟฟลอเรียน ชาวฝรั่งเศส

ส่วนของหวานแบบจีนห้ามพลาด สาคูมะม่วงและส้มโอ (Chilled Mango Pomelo Sago) (290++) เสิร์ฟเย็น ใส่มะม่วงน้ำดอกไม้กับส้มโอเปรี้ยวอมหวานอร่อยสดชื่น เข้ากันดีกับนมและครีมหอม ๆ มัน ๆ เหมือนกินที่ฮ่องกง

image description

ช่วงนิวนอร์มอลนี้ ห้องอาหารหนานเป่ยจะยังหยุดทุกวันจันทร์และอังคาร โดยจะเปิดเป็นมื้อ ๆ ช่วง 11 โมงครึ่งถึงบ่าย 2 โมงครึ่ง (สั่งอาหารได้ถึงบ่าย 2 โมง) และ ห้าโมงครึ่งตอนเย็นถึง 3 ทุ่ม (สั่งอาหารได้ถึง 2 ทุ่มครึ่ง) โทรสอบถามและจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 0-2080-0080 (เบอร์ตรง) และ 0-2080-0088 นะจ๊ะ